version 01

ความรู้ดาราศาสตร์ที่น่ารู้ ประกอบการเรียนรู้โหราศาสตร์

นี่แหละคือราหู กลัวทำไม
Solar Eclipse and Lunar Eclipse

ทำไมดวงจันทร์จึงไม่บังดวงอาทิตย์ทุกเดือน
Earth, Moon, and Sun — An Orbit Refresher

https://www.youtube.com/watch?v=TLCw_M3VtaA

Precession, Moon Phases & Eclipses


อันโตนาที แบบต่างๆ

จากภาพกราฟ อันโตนาทีแบบทั่วไปจะมีค่าที่แตกต่างจากแบบของฮินดู แบบสารัมภ์ และแบบอื่่นๆอย่างเห็นได้ชัด
แบบทั่วไปมีค่าที่เป็นเส้นตรงหักงอไม่โค้งตามแบบอื่นที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

ระยะเวลาในแต่ละส่วนของอันโตนาทีแม้ดูเหมือนจะมีความคล้ายกับวิถีการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ แต่ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันโดยตรง

อันโตนาทีน่าจะมาจากระยะเวลาที่โลกหมุนตัวเองทำให้เห็นดวงอาทิตย์โคจรในแต่ละราศีต่างกันไป ซึ่งเกิดจากการที่โลกเอียง

ในโปรแกรม 4ZSuriya ใช้อันโตนาที 3 แบบ คือ แบบทั่วไป อีก 2 แบบ Auto เป็นการคำนวณตามตำแหน่ง Longitude/Latitude

ในการใช้อันโตนาทีแบบทั่วไปนั้น วิธีการคำนวณหาอนาคตอุทัยเพื่อคำนวณหาลัคนาของโปแกรม 4ZSuriya จะต่างจากตำราที่ให้นำ 30 องศาตั้งลบด้วยองศาของดวงอาทิตย์ จะได้มุมองศาที่เหลืออยู่ แล้วจึงนำองศาที่ได้ไปคำนวณร่วมกับอันโตนาที

ถ้าอาทิตย์อยู่ในราศีกันย์และมีอนาคตอุทัย 15 องศา จะถูกนำไปเทียบสัดส่วนกันกับอันโตนาที 42 องศาหรือ 168 นาทีก่อนเพื่อปรับเป็นอนาคตอุทัย 21 องศาเป็นต้น

เนื่องจากผมมองว่าการใช้ราศีละ 30 องศาเท่ากันตลอดนั้น เมื่อจะนำมุมองศามาใช้เทียบกับอันโตนาทีก็ควรปรับให้อยู่ในมาตราส่วนเดียวกันก่อน

แต่จะให้ดีที่สุดควรเลือกใช้อันโตนาทีแบบ Auto

วิธีคำนวณลัคนาจากอันโตนาที

วิธีคำนวณหาลัคนา โดยใช้อันโตนาทีแบบทั่วไป

ตัวอย่างนี้หาเวลาอนาคตอุทัย โดยใช้องศาของดวงอาทิตย์ไปลบจาก 30 องศา ตามวิธีที่ใช้กันทั่วไป

แต่ถ้าเวลาอนาคตอุทัยมากกว่าเวลาอันโตนาทีในราศีนั้น จะใช้สูตร Min มาปรับค่าไม่ให้เกินเวลาอันโตนาที เช่น ราศีพฤษภ มีเวลาอันโตนาที 96 นาที แต่เวลาอนาคตอุทัยมีค่า 100 นาที จะนำมาใช้ได้เพียง 96 นาที

=Min(เวลาอันโตนาทีของราศีนั้น,เวลาอนาคตอุทัย)

การใช้สูตร Min ดีกว่าและสั้นกว่าการใช้สูตร IF

=IF(เวลาอนาคตอุทัย>=เวลาอันโตนาทีของราศีนั้น,เวลาอันโตนาทีของราศีนั้น,เวลาอนาคตอุทัย)

Download แฟ้มตัวอย่าง

ลัคนาคืออะไร

ลัคนาคืออะไร สำคัญอย่างไร

คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ถ้าเกิดเดือนไหนก็ลัคนาตามชื่อเดือนนั้น ถ้าให้ละเอียดขึ้นหน่อยมักจะเริ่มจากกลางเดือนถึงกลางเดือนถัดไป เช่น คนที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ เป็นราศีมังกร ซึ่งเป็นการหาราศีจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ว่ากำลังโคจรอยู่ในราศีไหน ไม่ใช่ลัคนา

ตำแหน่งของลัคนา ขึ้นอยู่กับเวลาเกิดและเดือนที่เกิด

คนที่เกิดในราศีมังกรอาจมีลัคนาเป็นราศีตุลย์หรือราศีอื่นก็ยังได้ ซึ่งต้องทราบจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ก่อนว่าอยู่ราศีใด จากนั้นจึงหาว่า ณ เวลาที่เกิดนั้น ทิศตะวันออกชี้ไปที่ราศีใด

ตอนไหนคือเวลาเกิด

เวลาที่เกิดหมายถึงเวลาที่คลอดออกมาจากครรภ์ของมารดา ส่งเสียงอุแว้แรก ต้องพึ่งตัวเอง มีธาตุลมไฟน้ำดินของตัวเอง เป็นเวลาที่เจ้าชะตาต้องรับอิทธิพลของโลกตามลำพัง

ทิศตะวันออกมีผลอย่างไร

หลายคนจะมองว่าทิศตะวันออกก็คือทิศที่แสงดวงอาทิตย์เริ่มสาดส่องมายังเจ้าชะตา แต่ถ้าเชื่อแบบนี้จะมีช่วงเวลาที่ถูกแสงนั่นคือกลางวันทั้งวันมิใช่หรือ และถ้าเกิดตอนกลางคืนล่ะ แบบนี้ทิศตะวันออกย่อมหมดความสำคัญ

ในแง่ของวิทยาศาสตร์ แรงที่โลกหมุนรอบตัวเองย่อมเป็นแรงที่มีทิศทางส่งแรงออกไปตามแนวเส้นรอบวงและชี้ไปทางทิศตะวันออก ซึ่งแรงเหวี่ยงของโลกที่ชี้ออกไปทางทิศตะวันออกต้องพุ่งไปสวนทางกับแรงจากภายนอกโลกที่ส่งพลังกระจายมายังโลก

ทิศตะวันออกจึงเป็นทิศที่เกิดการประสานงาระหว่างแรงหมุนของโลกกับแรงที่ส่งมายังโลกได้อย่างจังมากที่สุด ซึ่งย่อมมีผลต่อเจ้าชะตา ณ เวลาที่เกิดมากกว่าพลังของดาวอื่นๆ

แทนที่จะบอกว่าตำแหน่งลัคนาคือทิศตะวันออก น่าจะบอกได้อีกอย่างว่า ลัคนาคือทิศของเส้นสัมผัสวงกลม ซึ่งตั้งฉากกับผิวโลก ณ เวลาและตำแหน่งเกิดของเจ้าชะตา

อันโตนาทีตามตำแหน่งพื้นที่บนโลก

ลองสังเกตให้ดีจากอันโตนาทีแต่ละแบบจะพบว่าระยะเวลาของอันโตนาทีในราศีด้านบนจะสั้นกว่าระยะเวลาของอันโตนาทีในราศีด้านล่าง

สาเหตุที่เป็นแบบนี้เนื่องจากเป็นการมองท้องฟ้าจากตำแหน่งบนโลกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร
เนื่องจากโลกเอียงจึงทำให้ยิ่งขึ้นเหนือเท่าใด แนวทางการโคจรของดวงอาทิตย์ทำมุมเฉียงกับแนวพื้นผิวโลกมากขึ้นเท่านั้น

มาดูอันโตนาทีซึ่งชาวตะวันตกให้ข้อสังเกตไว้ดังนี้

AT THE LATITUDE OF PARIS, FRANCE:
Pisces and Aries take only one hour to cross the eastern horizon (this is referred to as the length of ascension or simply as the sign’s ascension) 1:00
Aquarius and Taurus have an ascension of one hour and fifteen minutes 1:15
Capricorn and Gemini have an ascension of one hour and fifty minutes 1:50
Cancer and Sagittarius have an ascension of two hours and thirty minutes 2:30
Leo and Scorpio have an ascension of two hours and forty minutes 2:40
Virgo and Libra have an ascension of two hours and forty-five minutes 2:45
At higher latitudes, these differences become even more marked. At the latitude of St. Petersburg, Russia:
Pisces and Aries have an ascension of thirty-five minutes 0:35
Aquarius and Taurus have an ascension of forty-five minutes 0:45
Capricorn and Gemini have an ascension of one hour and twenty-five minutes 1:25
Cancer and Sagittarius have an ascension of two hours and forty minutes 2:45
Leo and Scorpio have an ascension of three hours and fifteen minutes 3:15
Virgo and Libra have an ascension of three hours and twenty minutes 3:20
…..
In the southern hemisphere, long and short ascension are reversed. For instance, at the latitude of Concepción, Chile:
Pisces and Aries ascend in two hours and thirty minutes 2:30
Aquarius and Taurus ascend in two hours and twenty-five minutes 2:25
Capricorn and Gemini ascend in two hours and fifteen minutes 2:15
Sagittarius and Cancer ascend in two hours 2:00
Scorpio and Leo ascend in one hour and thirty-five minutes 1:35
Libra and Virgo ascend in one hour and fifteen minutes 1:15
ที่มา
https://en.wikipedia.org/wiki/Ascendant

จากข้อมูลเหล่านี้ สรุปได้ว่า อันโตนาทีมีค่าแตกต่างกันตามตำแหน่งเส้น Latitude จึงไม่เหมาะที่จะใช้อันโตนาทีแบบเดียวกับทุกที่บนโลก

อันโตนาที แบบ Dynamic

ใช้เมนู Data > What-IF analysis > Data Table เพื่อวิเคราะห์ว่าเมื่อเปลี่ยนค่า Latitude/Longitude แล้ว อันโตนาทีมีค่าต่างกันอย่างไร

การทดสอบนี้พบว่า ตัวเลขอันโตนาทีจะแปรตามค่าของเส้น Latitude

ยิ่งอยู่ในซีกโลกเหนือขึ้นไปมากขึ้นเท่าใด ยิ่งทำให้ค่าของอันโตนาทีมีความห่างกันมากขึ้นเท่านั้น จากเบตงถึงแม่สาย ใต้สุดถึงเหนือสุดของไทย มี Latitude 5.7 ถึง 20.4 สูตรแบบ Dynamic นี้จะคำนวณได้ค่าอันโตนาทีต่างกันมากพอควร
ถ้าปรับเป็นซีกโลกใต้ ค่าอันโตนาทีจะพลิกกลับด้าน แสดงว่าห้ามนำตัวเลขอันโตนาทีของต่างซีกโลกไปใช้หากอยู่ต่างซีกโลกกัน

ส่วน Longitude จะมีผลทำให้ตัวเลขอันโตนาทีต่างกันน้อยมาก

Download ตัวอย่างพร้อมสูตรคำนวณหาอันโตนาทีแบบ Dynamic

สูตรนี้ได้รับมาจากอาจารย์นพดล ปอศรี ท่านเป็นโหราจารย์ที่เก่งและใช้ Excel ช่วยในการคำนวณ
ในโปรแกรม 4ZSuriya ให้คลิกในช่องอันโตนาทีเปลี่ยนจาก Classic เป็น Dynamic จะคำนวณตามสูตรนี้

หลักการคำนวณหาลัคนาโดยใช้อันโตนาที

วิธีคำนวณของโหราจารย์ที่ใช้กันในอดีตเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างมาก สมัยก่อนไม่มีเครื่องคิดเลข ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องคิดด้วยมือ ขีดเขียนบนกระดานชนวนแผ่นเล็กๆ

ที่น่าทึ่งที่สุดคือการคิดแบบตรีโกณมิติ ซึ่งไม่ใช่สามเหลี่ยมธรรมดาแต่เป็นรูปสามมิติบนท้องฟ้าที่มีด้านหนึ่งเป็นเส้นโค้ง ซึ่งไม่ใช่วงกลมแต่เป็นวงรีเสียอีก และศูนย์กลางของวงรีนี้ก็ไม่ได้อยู่ตรงกลาง ทำให้การคำนวณซับซ้อนอย่างยิ่ง
ตรีโกณมิติเป็นการคำนวณที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ของมุมเท่ากันแม้ว่าความยาวของแต่ละด้านจะยาวไม่เท่าเดิม คำตอบหนึ่งๆอาจหาค่าได้จากสูตรต่างกัน อาจใช้ Sin Cos Tan ASin ACos ATan โดยมีตัวแปรที่เกี่ยวข้องต่างกัน

ตัวเลขอันโตนาทีเป็นการคิดย้อนจากระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านท้องฟ้าในวันหนึ่งๆเพื่อหาว่าในเวลาตกฟากของเจ้าชะตานั้นทิศตะวันออกอยู่ที่ใด ถ้าใครเก่งตรีโกณและใช้คอมพิวเตอร์คงจะตอบได้ไม่ยาก โดยต้องคำนึงถึงตัวแปรที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง

ถ้าไม่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วคิดแบบบวกลบกันธรรมดามีหลักดังนี้

  1. ต้องทราบวันเดือนที่ต้องการ เพื่อหาว่าในขณะนั้นโลกโคจรอยู่ตรงไหนบนวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ เพื่อหามุมองศาของดวงอาทิตย์ที่มองจากโลกว่าอยู่ที่ราศีใดมีมุมเท่ากับเท่าไหร่
  2. ต้องทราบเวลาเกิดเพื่อหาว่าในเวลานั้นสถานที่เกิดของเจ้าชะตาบนโลกกำลังหมุนอยู่ที่ตรงตำแหน่งด้านไหนของโลก และใช้หาทิศตะวันออกของเวลานั้นว่าชี้ไปที่ใด
  3. เนื่องจากวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีและดวงอาทิตย์ไม่ได้อยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงรี ดังนั้นการหาทิศตะวันออกจึงไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งแกนโลกยังเอียงเสียอีก จึงไม่สามารถวัดระยะบนท้องฟ้าตามอัตราเดียวกันทุกราศี
  4. ให้หาระยะเวลาจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ขึ้นในวันนั้นจนถึงเวลาที่ตกฟากว่าห่างกันกี่ชั่วโมงนาที
  5. ใช้ระยะเวลาที่หาได้ลบเวลาของอันโตนาทีไปเรื่อยๆจนกว่าจะลบไม่ได้ หรืออีกนัยหนึ่งให้หาระยะเวลารวมของอันโตนาทีจากเวลาเกิดสะสมไปเรื่อยๆจนกว่าจะเท่ากับระยะเวลาที่หาได้ว่าตกอยู่ที่ราศีใด
  6. ใช้เศษที่เหลือหลังจากลบอันโตนาทีมาคำนวณหามุมองศาของลัคนา
  7. แม้ว่าค่าของอันโตนาทีในแต่ละราศีในแต่ละแบบจะไม่เท่ากัน แต่เมื่อนำมาลบไปเรื่อยๆแล้วจะชดเชยกันไปเองในตัวทำให้ได้ตำแหน่งลัคนาที่ใกล้เคียงกัน นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของการคำนวณแบบตรีโกณมิติของโหราจารย์ในอดีตโดยไม่ต้องใช้สูตรตรีโกณ

Excel กับการใช้เหตุผลทางโหราศาสตร์

ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อโหราศาสตร์ ไม่ใช่แค่ไม่เชื่อแต่ยังดูถูกเสียอีกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องงมงาย อะไรกันแค่ดูตำแหน่งดาวว่าอยู่ตรงไหนก็สามารถทำนายทายทักได้เป็นตุเป็นตะ กว่าจะเริ่มเชื่อว่าโหราศาสตร์ใช้ได้จริง ต้องลองพิสูจน์ หมั่นสังเกตอยู่ตั้งนาน ที่ทำให้เชื่อได้ก็เพราะใช้ Excel นี่แหละ Excel ไม่เคยโกหกใคร และที่ทำให้ไม่ค่อยจะเชื่อโหราศาสตร์ก็เพราะ Excel อีกนั่นเอง … ขอเก็บไว้เล่าให้ฟังทีหลัง

ดวงชะตาของผู้ใด ถ้าดาวอังคารทับลัคนาหรือมีดวงอังคารอยู่กลางท้องฟ้าในขณะที่เกิด ผู้นั้นจะเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน

คำทำนายแบบนี้ไม่น่าเชื่อ ทุกคนที่มีตำแหน่งดาวอังคารแบบนี้จะต้องเป็นนักกีฬาเช่นนั้นหรือ ต่อให้เป็นนักกีฬาและมีดาวอังคารในตำแหน่งที่ว่าจริง ทุกคนจะประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่มีใครสักคนที่ไม่ประสบความสำเร็จบ้างเลยหรือ
แต่ถ้าพูดเสียใหม่ว่า ใครก็ตามที่มีดาวอังคารแบบนี้และมุ่งที่จะเป็นนักกีฬา ย่อมมีโอกกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น ว่ากันแบบนี้น่าฟังน่าเชื่อกว่าตั้งเยอะ

นอกจากอิทธิพลของดวงดาวที่พิสูจน์ยาก คนเราจะมีอนาคตอย่างไรยังขึ้นกับสภาพแวดล้อมอีกตั้งหลายอย่าง เกิดมาเป็นเด็กที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์หรือไม่ ครอบครัวดูแลกันมาแบบไหน การเรียน การทำงาน เพื่อนฝูง สภาพสังคม โอกาสความก้าวหน้าเอื้อเฟื้อหรือไม่ และที่สำคัญผมเชื่อในเรื่องกรรม กรรมเก่าที่ทำมาในอดีตหรือในชาติก่อน ย่อมมีผลทำให้คำทำนายผิดเพี้ยนไปได้ทั้งสิ้น

พอหมอดูทำนายทายทักกันไปสักพักหนึ่ง เหลือบไปมองดูวันเวลาที่ใช้ พบว่าใช้วันเดือนปีผิดเสียอีก ฝ่ายคนฟังก็เชื่อเอาเชื่อเอาว่าทำนายแม่นเหลือเกิน

โปรแกรมที่ใช้ผูกดวงนั่นอีกมีตั้งหลายวิธีที่ใช้คำนวณหาตำแหน่งดาว แค่องศาผิดไปนิดเดียว ดาวไปอยู่ต่างราศีกันแล้ว
กลุ่ม 4ZSuriya with Excel นี้จะมุ่งที่การคำนวณเป็นหลัก ไม่ขอยุ่งกับการทำนายดูดวงให้ใครนะครับ เว้นแต่มีสถิติที่เชื่อถือได้จริงค่อยยกมาให้ดูกันแบบนี้ยินดี

ขนาดดวงอาทิตย์ที่เรามองเห็น

อยากทราบไหมว่า ขนาดของดวงอาทิตย์ที่จะปรากฏบนภาพจักราศีมีขนาดใหญ่แค่ไหน หรือภาพดวงอาทิตย์ที่เราเห็นบนท้องฟ้ามีขนาดใหญ่แค่ไหน วัดเป็นมุมองศา

ดวงอาทิตย์ที่เห็นในภาพดวงอีแปะหรือภาพจักราศี มีขนาดเพียง 0.54 องศา หรือเหมือนกับแค่จุดเล็กๆที่ใช้ปากกาจี้ลงไปบนหน้ากระดาษ

จากข้อมูลนี้แสดงว่า ในเวลาที่เกิดคราสเมื่อเราใช้โปรแกรมคำนวณใดก็ตาม ต้องพบว่า ตำแหน่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ต้องทับกันสนิทหรือเล็งกัน หรือห่างกันไม่เกิน 0.27 องศา (แต่ละข้างจากจุดศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ที่เห็นได้ = 0.54/2 )

ถ้าโปรแกรมโหราศาสตร์ที่ใช้อยู่ ณ วันเวลาที่แจ้งว่าเกิดคราส คำนวณได้ระยะที่แนวโคจรของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ห่างกันเกิน 0.27 องศา ย่อมแสดงถึงความไม่แม่นยำของโปรแกรมที่ใช้นั้น เพราะไม่มีทางเกิดคราส

ถัดจากนั้นต้องดูตำแหน่งของราหูหรือ node ที่คำนวณได้ด้วยว่าอยู่ในระยะกี่องศาดับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จึงจะเกิดคราส

พิจารณาตามหลักการนี้ ผิดถูกประการใด โปรดแนะนำด้วยครับ เพื่อใช้เป็นหลักการเลือกใช้โปรแกรมคำนวณทางโหราศาสตร์ที่เชื่อถือได้กันต่อไป

พ.ศ. – ค.ศ. ไม่ได้เท่ากับ 543 เสมอไป

คนไทยทั่วไปทราบกันว่าเลขปีพ.ศ.มากกว่าเลขปีค.ศ.อยู่ 543 ปี เช่น ปีพ.ศ. 2563 – 543 จะได้ปีค.ศ.2020 แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ไม่เสมอไปหรอก บางช่วงเดือนของบางปีต้องลบด้วย 542

ก่อนปีพ.ศ. 2484 วันขึ้นปีใหม่ไทยเราคือวันที่ 1 เมษายน ปีพ.ศ.หนึ่งๆเริ่มจากวันที่ 1 เมษายนถึง 31 มีนาคม ต่อมารัฐบาลในยุคนั้นได้ประกาศในปีพ.ศ. 2483 ว่าให้ปีใหม่ของปีต่อไปเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม เริ่มต้นตั้งแต่มกราคม ปีพ.ศ. 2484 ทำให้ปีพ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนตั้งแต่เมษายนถึงธันวาคม (1/4/2483 – 31/12/2483)

ถ้าในแฟ้มมีการกรอกข้อมูลของทรัพย์สินถาวร หรือวันเกิด หรือวันที่ทางประวัติศาสตร์ไว้ว่าเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมปีพ.ศ. 2483 (1/1/2483 – 31/3/2483) แสดงว่าบันทึกไว้ผิดพลาด เพราะประเทศไทยในระบบปีพ.ศ.ไม่มีวันที่ในช่วงนี้ไปแล้วตามกฎหมาย ซึ่งไม่ควรมีใครใช้อีก

ในการคำนวณหาความแตกต่างว่าจะใช้ 543 หรือ 542 ให้ใช้หลักว่า “เฉพาะช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีพ.ศ. 2483 หรือของปีพ.ศ.ก่อนนั้น” ต้องใช้เลข 542 เพราะเป็นช่วงปลายปีของปีพ.ศ.เดิม และรับรู้ว่าเป็นต้นปีค.ศ.ปีถัดไป เช่น ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ. 2483 (ถ้ามีใครใช้) หรือปีพ.ศ.ก่อนนั้น เป็นปีค.ศ. 1941

=IF(And(ปีพ.ศ.<=2843,เลขเดือน>=1,เลขเดือน<=3),542,543)

ส่วนระบบวันที่ของ Excel ไม่รับรู้ถึงความแตกต่างนี้ Excel จะใช้ 543 ตลอด เมื่อใช้ Format d/m/bbbb เปลี่ยนเลขปีที่บันทึกไว้เป็น 15/3/1938 จะแสดง 15/3/2481 ซึ่งที่จริงต้องเป็นวันที่ 15/3/2480

ราหูคืออะไร

เห็นไปไหว้กันใหญ่ พอราหูย้ายราศี

ราหูไม่ใช่ดาวอย่างที่คิดกัน แต่เป็นตำแหน่งตัดกันระหว่างระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลก ตัดกับระนาบวงโคจรของโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์

ระนาบวงโคจรนี้ไม่ได้นิ่งทำมุมเดิมไปตลอด แต่จะส่ายไปทีละนิด ทำให้จุดตัดของระนาบนี้เคลื่อนที่ได้ กลายเป็นตำแหน่งของราหูที่เดินย้อนศรกับวิถีโคจรของดาวอื่น

ตำแหน่งของราหูจะแสดงในราศีจักรด้วยเลข 8 ถ้าเลข 8 กับเลข 1 ดวงอาทิตย์ กับเลข 2 ดวงจันทร์ อยู่ใกล้กันมากๆหรือทับกันหรือเล็งกัน คืออยู่คนละข้างกันในราศีจักร แสดงว่าต้องเกิดคราส ซึ่งนานๆทีจะเกิดขึ้นสักที ไม่ได้เกิดคราสทุกเดือน

ตำแหน่งของราหู มีความหมายแค่เพียงทำให้แรงจากดวงดาวส่งผลได้ชัดเจนหรือแรงมากขึ้น เหมือนเป็นจุดโฟกัสที่รวมแสงในแว่นขยาย ทำให้ดาวที่อยู่ใกล้กับราหูส่งพลังออกมาได้แรงขึ้น เรื่องที่จะเกิดขึ้นจึงเกิดขึ้นแรงกว่าปกติถ้ามีราหูมาร่วมด้วย

มองแบบวิชาเคมี ราหูเป็นส่วนผสม ใส่ลงไปแล้วจะกระตุ้นให้แรงเร็วมีพลังด้านนั้นมากขึ้นกว่าเดิม

คอมเมนต์ของอาจารย์ ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์

” ตามที่อ.บุศรินทร์เคยสอนผมไว้คือราหูมักเป็นตัวที่คอยผสมโรงเจ้าชาตาไม่ว่าจะเป็นช่วงดวงดีหรือดวงตก ถ้าอยู่ในช่วงดวงดีดาวใหญ่ให้คุณก็จะส่งให้ได้รับสิ่งดีๆมาแบบไม่คาดฝันแต่ถ้าเป็นช่วงดวงตกเจ้าชาตาก็จะโดนราหูซ้ำแบบกระทันหันเช่นเดียวกันคนที่มีพื้นดวงเดิมถูกกับราหูก็จะได้รับอิทธิพลด้านบวกเมื่อราหูมาทำมุมที่ดีกับลัคนาแต่คนที่มีพื้นดวงเดิมไม่ถูกกับราหู ถึงจะไปไหว้ราหูกี่ครั้งก็ไม่เกิดผลเท่าไหร่นัก เพราะเปรียบเสมือนคนที่ไม่ถูกกัน ไม่ชอบหน้ากันถึงจะไหว้ยังไงก็ยังไม่ชอบหน้ากันอยู่ดีที่เล่ามาเป็นเกร็ดที่เรียนรู้มาแบบสนุกๆไม่ได้ให้งมงายเรื่องเหล่านี้มากเกินไปนะครับ

ปล.ตำราโหราศาสตร์รุ่นเก่าจะใช้คำว่า “เจ้าชาตา” ไม่ใช่ “ชะตา” ต้องบอกไว้ก่อนเพราะกลัวนักภาษาศาสตร์บอกว่าผมพิมพ์ผิดครับ 🤣🤣🤣

จากภาพที่เห็น 182 ทับตำแหน่งเดียวกันนี้ คือวันที่เกิดสุริยคราสที่หว้ากอครับ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณไว้แม่นยำมาก

วิธีแกะแฟ้ม เพื่อหาเซลล์รับค่าและเส้นทางการส่งค่าไปคำนวณ

ในแฟ้มที่ผมสร้างขึ้นจะใช้สีฟอนต์สีชมพูเพื่อบอกว่าเป็นเซลล์รับค่าเป็นเซลล์ต้นทาง พอกรอกค่าลงไปก็จะนำไปคำนวณต่อให้ทันที โดยในแฟ้มที่แจกให้ download นี้ ได้สร้างสูตรเพื่อให้หาวันเดือนปีและเวลาปัจจุบันให้ทันที

=Day(Today())

=Month(Today())

=Year(Today())

=Now()-Today()

หากต้องการให้คำนวณหาตำแหน่งดาว ณ วันอื่น ก็ให้พิมพ์ทับเซลล์ที่สร้างสูตรเหล่านี้ได้เลย

สูตรที่ผมสร้างขึ้นนี้คิดขึ้นมาเองตามสูตรที่เขียนไว้ในตำรา ไม่ได้ลอกสูตรของคนอื่น จะทราบว่าคำนวณถูกหรือผิดก็ใช้วิธีนำตัวเลขที่ได้ไปเทียบกับปฏิทินโหราศาสตร์ว่าตรงกันไหม

เทียบแฟ้มคำนวณตามหลักของไทยเดิมและตามหลักสมัยใหม่

1991 Suriyayatra Sivakom.xls คำนวณตามหลักของอาจารย์ พันเอก (พิเศษ) เอื้อน มณเทียรทอง จป. ป.ม.

ลิงก์สำหรับ Download แฟ้ม :

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1pANkOWEzGjjul724AiZrjGzP1-d7Pp7i/edit?usp=sharing&ouid=116915095293786385908&rtpof=true&sd=true

แฟ้มนี้ได้ทดลองสร้างสูตรคำนวณหาตำแหน่งดาวเนปจูนกับพลูโตเพิ่มมาใช้เองด้วย แต่ได้ตำแหน่ง 2 ดวงนี้ไม่ตรง

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย

1996 Suriyatr.xlsb คำนวณตามหลักในหนังสือ Practical Astronomy with Calculator, Third Edition โดย Peter Duffett-Smith

ลิงก์สำหรับ Download แฟ้ม :

https://drive.google.com/file/d/1Uas1AN-j2Z9C4Ocuag7unvP0Wk9Zxuh6/view?usp=sharing

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย

พระคัมภีร์สุริยยาตรศิวาคม

คลิกที่นี่เพื่อ Download พระคัมภีร์สุริยยาตรศิวาคม

ขอนำภาพบางส่วนของพระคัมภีร์มาแสดงให้ดูกัน เชิญ download แฟ้ม pdf ไปศึกษาครับ

ขอขอบคุณคุณกวงอย่างยิ่งที่มอบคัมภีร์นี้มาให้ครับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้พบกันอีกเลย

กระผมขอกราบคารวะครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพเป็นอย่างยิ่ง

สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยายเท่าขนาดจริง

คลิกที่นี่เพื่อ Download ตำราโหราศาสตร์ ภาคคำนวณ แบบรัตนโกสินทร์

ตำรานี้ได้มาจากการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งไม่ได้นำมาใช้ในการสร้างโปรแกรมแต่อย่างใด

3 ส่วนสำคัญในภาพประวัติศาสตร์

สมัยที่สร้างตารางนี้ขึ้นมา มีแต่แผ่นดวงอีแปะที่ได้มาจากการไปหาหมอดูผูกดวงให้ อยากจะฝึกดูดวงว่าพื้นดวงเป็นยังไง ก็แค่ลอกดาวลงไปในตารางให้ถูกตำแหน่งช่องราศีที่ดาวแต่ละดวงสถิตย์อยู่

ภาพตารางนี้สำคัญตรงการออกแบบหัวตารางเรียงตามตามราศี ไม่ได้เรียงตามดวงดาว เพื่อช่วยทำให้สามารถรองรับกับดาวหลายดวงที่อาจจะอยู่ร่วมกันในราศีเดียวกัน

ส่วนแรกในกรอบสีเขียว เป็นเลขดาวในแต่ละราศี

ส่วนที่สองในกรอบสีแดง เป็นการวิเคราะห์คุณภาพของดาวว่าดาวใดบ้างที่ได้ตำแหน่งเกษตร ประ

ส่วนที่สามในกรอบสีม่วง เป็นการวิเคราะห์ดาวเกษตรย้ายเรือนสลับเรือน โดยตารางด้านล่างที่เหลือทั้งหมดเป็นตารางที่ใช้คำนวณส่งค่ากลับมาที่ตารางกรอบสีม่วงนี้

หลักการออกแบบตารางสีเขียว

จากซ้ายไปขวา เรียงจากราศีเมษ พฤษภ ไปเรื่อยๆจนครบ 12 ราศี โดยไม่ได้ใส่คำอธิบายบนหัวตารางเอาไว้ ถือว่ารู้กันว่าเริ่มจากราศีเมษก็แล้วกัน โดยเขียนกำกับว่า Luck–Pob แสดงตัวเลขภพกำกับไว้ในแต่ละราศี เช่น

ราศีเมษมีเลขภพ 12 แสดงว่าเป็นภพวินาศ

ราศีพฤษภมีเลข 1 แสดงว่าเป็นภพตนุ และยังหมายถึงลัคนาอยู่ในราศีนี้ด้วย

ราศีเมถุน มีเลข 2 ภพกดุมภะ ไม่มีดาวครอง

ราศีกรกฎ มีเลข 3 ภพสหัสชะ มีดาวเลข 10 ซึ่งใช้แทนยูเรนัส

ราศีสิงห์ มีเลข 4 ภพพันธุ์ มีดาวศุกร์ เลข 6

ราศีกันย์ มีเลข 5 ภพปุตตะ มีดวงอาทิตย์ เลข 1 กับราหูเลข 8

หัวตาราง Star 1-10 ด้านซ้ายของตารางสีเขียว เตรียมพื้นที่ไว้ 10 บรรทัด เผื่อให้สามารถรับดวงดาวสถิตย์ในแต่ละราศีได้สูงสุด 10 ดวง ซึ่งทำไว้เผื่อเพราะคงยากที่จะมีดาวทุกดวงอยู่ในราศีเดียวกัน

หลักการออกแบบตารางสีแดง

เรียงตามราศีเหมือนกัน โดยใช้เลข 0 แทนราศีเมษ พอดาวใดได้ตำแหน่งเกษตรประก็จะแสดงเลขดาวนั้นขึ้นมาให้เห็น

หลักการออกแบบตารางสีม่วง

เรียงลำดับตามเลขภพ โดยแบ่งเป็น 3 บรรทัด

Pob1 แสดงภพตามดาวเกษตร

Pob2 แสดงภพที่ดาวเกษตรย้ายไปครองภพอื่น

Pob3 แสดงภพที่ดาวเกษตรย้ายไปครองภพอื่นถัดไปอีกชั้น

สมัยนั้นลองคำนวณหาอนุเกษตรกับตนุเศษตามตำราโหราศาสตร์ที่สอนไว้ด้วย แต่ภายหลังไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องปลีกย่อย ขอเน้นเรื่องหลักที่ราศี ภพ และดาวไว้ก่อน

ภาพประวัติศาสตร์

ภาพตารางที่เห็นเส้นกรอบเป็นขีดๆมาต่อกันนี้ คือ ตารางที่สร้างขึ้นในโปรแกรม Lotus 1-2-3 สมัยนั้นไม่มีเมาส์ ไม่มีระบบช่วยในการตีเส้นกรอบสวยๆ ต้องคอยกะระยะใส่เครื่องหมายขีด ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึกเหลือเพียงแค่หน้ากระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว ตัวแฟ้มหาไม่เจอแล้ว สร้างตั้งแต่ก่อนปี 1991

พอจะเดาออกไหมครับว่าอะไรคืออะไร

Composition and Technique

A well-composed photograph is really a matter of opinion, but there are a few tricks that tend to result in better pictures. That’s what we’re going to take a look at today.

Your Camera’s Manual Settings

In the previous lesson we covered the basic settings on your camera. Today we’re jumping into the fun stuff: manual mode. We’ll learn the details about shutter speed, ISO, and aperture, as well as how those settings affect your photos.

If you’re following along with your camera, be sure to set it into manual mode so you can access every setting we’re going to discuss.

Your Camera’s Automatic and Assisted Settings

Now that you’ve got a pretty good idea of how the different parts of your camera work, we’re going to take a look at its various settings. In this lesson we’ll cover the basics, and in the following lesson we’ll take a look at manual mode.

Understanding How Your Digital Camera Works

With so many cameras available, figuring out how all the specifications and options translate into your everyday use is complicated. For our first lesson in the Basics of Photography, we’re going to learn how cameras work and make sense of what that means in terms of choosing a camera to buy and how it affects your photographs.

 

The Parts

Your camera is made up of many parts, but there are a few in particular that we want to look at as they are the most important. We’ll go into much more detail in a bit, but here’s a basic overview of the parts we’re going to look at:

The body is the housing for your camera. While it has little effect on the quality of your photos, it does affect things like ease of use and comfort.

The lens is the eye of the camera, and it’s a very complex instrument. Different lenses can provide many different features, so it’s important to know the differences between them. In future lessons, we’ll also discuss how lenses work and how that affects your photographs.

The sensor is basically the digital equivalent of film, in the sense that—like film—the sensor is exposed to light that comes through the lens and it records that exposure. The exposure is then processed and saved to flash memory (generally an SD or Compact Flash card). The caliber and size of the sensor are also very important, as these things significantly impact the quality of your photos.

The flash card is where you save your images, and it’s a component most people don’t think about too much when buying a camera, aside from choosing an amount of storage that suits their needs. Flash cards range in read and write speeds as well, however, and a slow cards can significantly degrade your camera’s performance. We’ll take a look at what card classes mean and the minimum speed you need for different purposes.

The battery matters in a camera just like any other electronic device. While this is a simple part to understand, we’ll dive into it a little more deeply to figure out actual, practical battery life for cameras and when cameras with less-powerful batteries may be a better option.