เคยพบกับคนๆหนึ่งมีบุคลิกน่าประทับใจ เพราะมีหน้าตายิ้มแย้มอยู่เสมอ จึงถามว่า คุณเคยโกรธคนอื่นบ้างไหม เขาตอบว่า เวลาพบเรื่องที่ทำให้โกรธ เขาจะมองหาความผิดที่ตัวเองก่อน

สาเหตุที่เขาสามารถมองกลับมาที่ตัวเองได้ก่อนจะโมโห เป็นเพราะการมีสติรู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง เกิดจากการฝึกคิดให้เป็นนิสัย พยายามมองหาความผิดของตัวเองบ่อยๆ พยายามฝึกสร้างสติเป็นประจำ ทำจนติดเป็นนิสัยสันดาน

การมีสติที่ดี ไม่ใช่สักแต่ว่ามีสติรู้ทันเหตุการณ์ความรู้สึกนึกคิดในปัจจุบันแค่นั้น แต่ต้องมีสติไหวทันถึงปัจจัยก่อนและหลังที่จะเกิดเหตุและผลที่จะตามมาหลังจากนั้นได้ด้วยว่า เพราะทำอย่างนั้น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และจะส่งผลให้เกิดอะไรตามมา ถ้าไม่มีสติ จะทำตามสัญชาตญาณ ซึ่งโดยทั่วไปคือการเอาตัวรอด หาทางป้องกันตัวเอง ขวนขวายหาสิ่งต่างๆมาเป็นของตน มีแต่ความโลภ โกรธ หลง โดยไม่รู้ตัว

หลายคนพยายามฝึกสร้างสติจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทำอะไรให้รู้ตัวอยู่เสมอ พยายามตามรู้อาการเคลื่อนไหวของกายและความคิด เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวอยากโน่นอยากนี่ เดี๋ยวคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ เมื่อฝึกเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย สติจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รู้ตัวกันอยู่ในทุกวินาทีนี้ยังเป็นการตามรู้ที่ยังหยาบอยู่มาก เพราะทุกคนคุ้นเคยกับการรู้ เท่าที่เคยรู้เคยคิดมาชั่วชีวิต ถ้าอยากจะมีสติให้เหนือกว่าการมีสติทั่วไป ต้องอาศัยการฝึกสมาธิ

ให้นั่งขัดสมาธิ เอาขาขวาทับขาซ้าย เอามือขวาวางทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรงแล้วหลับตา จากนั้นให้บริกรรมพุทโธขึ้นในใจ หรือจะให้บริกรรมพุทโธตามรู้อาการหายใจเข้าออกก็ได้

ความรู้สึกระหว่างที่ฝึกสมาธินั่งหลับตาอยู่นั้นแปลกมาก แม้ใช้เวลานั่งประมาณชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง แต่ความรู้สึกเรื่องเวลาจะนึกว่าผ่านไปแค่ไม่กี่นาที และสิ่งที่เกิดจากการได้ตามรู้ตามความคิดในช่วงเวลานั้นจะมีจำนวนมากกว่าที่เคยรู้ตัวในวันหนึ่งๆเสียอีก จะได้พบเห็นความเป็นจริงของตัวเองว่า นี่คิดมากเหลือเกิน คิดเหมือนลิงที่อยู่นิ่งไม่ได้ทีเดียวล่ะ

การสร้างสติต้องอาศัยการฝึกสมาธิ สติกับสมาธินี้เป็นของคู่กัน อยากฝึกสมาธิให้สงบได้เร็วๆต้องฝึกสติ การพยายามฝึกสติในชีวิตประจำวันนั้น ถ้าไม่เคยฝึกสมาธิ จะมีสติแต่แว้บไปแว้บมารู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ไม่ค่อยรู้ตัวหรอกกับเรื่องที่ทำจนชิน แต่พอเกิดเรื่องแปลกๆแทรกเข้ามาแบบผิดสังเกต นั่นแหละจึงมีสติรู้ตัวกับเขาเป็นพักๆ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่รู้จักวิธีสร้างสติ เพราะปล่อยให้สติเป็นไปตามธรรมชาติ

แทนที่จะปล่อยให้เกิดสติตามยถากรรม ให้ลองนึกถึงคำว่าพุทโธตลอดทั้งวัน หลายคนคิดว่าถ้าเอาแต่พุทโธต้องห้ามขับรถ ห้ามทำอะไรๆที่ตั้งใจ เพราะถ้าสนใจแต่พุทโธจะไม่สามารถใส่ใจกับเรื่องอื่น ซึ่งไม่ใช่คำแนะนำที่ผิด แต่ยังมีอีกทางหนึ่ง ผู้ฝึกสามารถนึกถึงคำว่าพุทโธเพื่อใช้เตือนตัวเองว่า ฉันกำลังรู้ตัวอยู่นะว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่น พอเสียบกุญแจรถ ก็พุทโธ พอเหยียบคันเร่งก็พุทโธ พอเห็นสัญญาณไฟแดงก็พุทโธ ใช้พุทโธเพื่อบอกว่า เออ ฉันรู้แล้ว

พุทโธ แปลว่า ผู้รู้
พุทโธ แปลว่า ผู้ตื่น
พุทโธ แปลว่า ผู้เบิกบาน

ผู้ที่ทำงานมาตลอดทั้งวัน เครียดกับปัญหารอบข้าง เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ พอพยายามนั่งสมาธิย่อมอดหวนคิดถึงปัญหาที่ติดตัวมาไม่ได้ ฝืนใจตัวเองไม่ไหว แต่ถ้าพยายามสร้างสติในชีวิตประจำวัน พุทโธอยู่เรื่อยๆ พุทโธจนติดเป็นนิสัย พอถึงเวลานั่งสมาธิจะนึกถึงคำบริกรรมว่าพุทโธได้ง่ายขึ้น

Go to top