Print
Parent Category: Dhamma
Category: จับหลักสมาธิภาวนา

การปล่อยวางเป็นเป้าหมายหนึ่งในการปฏิบัติธรรม คำอื่นเช่น ทำใจ ปล่อยมันไป ช่างมัน ละวาง วางเฉย หรือไม่เป็นไร ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งหาความสุข พอเกิดความทุกข์ขึ้นแล้วหาทางปล่อยวาง พอปล่อยวางได้แล้ว ความทุกข์จะหายไป ... แต่ทำไมต้องคอยทำให้ความทุกข์มันหายไปอยู่เรื่อยๆด้วย

บางคนแนะนำวิธีปล่อยวางไว้ว่า ให้พยายามมีสติ ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องตั้งใจ ให้ทำใจให้เฉยไว้ พอรู้อะไรขึ้นมา ให้ปล่อยวางไปทันที อย่าพยายามคิด อย่าสงสัย แล้วจะเกิดปัญญาเห็นการเกิดดับ

คำแนะนำข้างต้นพอทำตามแล้วย่อมเห็นผลจริงกันทุกคน เพราะวิธีปล่อยวางแบบนี้ไม่ได้ต่างจากให้เลิกคิดนั่นเอง ใครๆก็ทำได้ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญญาแท้จริง เปรียบเสมือนการเปิดฝาหม้อหุงข้าวขึ้นมา พอเจอไอน้ำร้อนพุ่งออกมากระทบมือก็ปล่อยฝาหม้อลงไปที่เดิม ไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นว่าข้าวที่อยู่ในหม้อสุกหรือยัง รู้ได้อย่างเดียวว่ามันร้อน

สติที่ไม่ได้ฝึกของคนทั่วไปเป็นเช่นนี้แหละ วันหนึ่งๆมีสติเป็นพักๆ แต่ละครั้งที่มีสติ จะเป็นอยู่ชั่วเวลาแว้บๆ แค่เดี๋ยวเดียว นี่เป็นเพราะไม่รู้จักทำสมาธิ

จริงอยู่ที่สรรพสิ่งทั้งหลายมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปเป็นธรรมดา แต่ถ้ารู้เพียงแค่นี้ก็ยังคงเป็นวัฏจักรหมุนเวียนเกิดความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อเกิดทุกข์ขึ้นมา ผู้ฉลาดต้องใช้ความทุกข์นั้นให้เป็นประโยชน์ พิจารณาให้เห็นชัดเจน พิจารณาว่าความทุกข์นั้นเป็นอย่างไร เป็นทุกข์ของฉันจริงหรือ ถ้าเป็นทุกข์ของฉันจริง ต้องสามารถสั่งหยุดไม่ให้มันทุกข์ต่อไป แล้วทุกข์เกิดขึ้นได้เช่นไร มันเป็นทุกข์ที่ตั้งอยู่ได้เป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน เพราะมีปัจจัยอะไรเข้ามาเกื้อหนุน แล้วต่อมาทุกข์นั้นทำไมมันหายไปได้ ผลต่อเนื่องจากทุกข์มีอะไรบ้าง มีผลดีร้ายอย่างไร

ให้พยายามคิดพิจารณาเช่นนี้จนเห็นจริงและพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีกจนชิน พอเข้าใจแล้วความปล่อยวางจะตามมาเป็นผล และเมื่อใดที่จะเกิดทุกข์แบบเดิมขึ้นมาอีก ไม่ทันที่มันจะทุกข์ เมื่อเข้าใจที่มาที่ไปของทุกข์มาก่อนแล้ว ทุกข์ก็ไม่เกิด แม้จะมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม

กว่าจะทำได้เช่นนี้ พอรู้อะไรขึ้นแล้วปล่อยวางได้ทันที ต้องผ่านการฝึกพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีกมาก่อนอย่างโชกโชน

เมื่อใดที่เกิดทุกข์ขึ้นมา ต้องคิดขอบใจที่ทำให้ได้เห็นทุกข์